Get Adobe Flash player

31 มีนาคม วันมหาเจษฎาบดินทร์

ดัชนีบทความ
31 มีนาคม วันมหาเจษฎาบดินทร์
พระราชกรณียกิจ
ทุกหน้า

 

3พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประสูติแต่สมเด็จพระศรีสุลาลัย (เจ้าจอมมารดาเรียม) เมื่อวันจันทร์ แรม ๑๐ ค่ำ เดือนสี่ ปีมะแม ตรงกับวันที่ ๓๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๓๓๐ มีพระนามเดิมว่า พระองค์ชายทับ เมื่อประสูติทรงดำรงพระอิสริยฐานันดรศักดิ์เป็นหม่อมเจ้าหลานเธอในรัชกาลที่ ๑ การที่ทรงดำรงพระยศเพียงหม่อมเจ้าเพราะเป็นไปตามราชประเพณีว่าด้วยพระยศเจ้านายในราชสกุลซึ่งได้กำหนดไว้ว่าราชกุมารในสมเด็จเจ้าฟ้าที่ประสูติแต่สามัญชนมีพระยศเป็นหม่อมเจ้า แต่พระองค์ทรงเป็นหลานปู่พระองค์ใหญ่ซึ่งสมเด็จพระบรมอัยกาธิราช (รัชกาลที่ ๑) โปรดปรานยิ่งนักที่ทรงมีความละม้ายแม้นในพระลักษณะท่าทางและพระวรกายจนเป็นที่รู้กันทั่วไป

ต่อมา รัชกาลที่ ๑ ได้พระราชทานเกียรติแด่พระหลานเธอเป็นพิเศษ เช่น โปรดให้ตั้งการพระราชพิธีเกศากันต์ (ตัดจุก) เมื่อพระชันษาครบปีที่จะเจริญพระเมาฬีตามประเพณีนิยมของไทย ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง

ในปี พ.ศ. ๒๓๔๙ เมื่อสมเด็จพระราชบิดา (รัชกาลที่ ๒) ทรงได้รับปอุปราชาภิเษกขึ้นเป็นสมเด็จพระมหาอุปราชกรมพระราชวังบวรสถานมงคล หม่อมเจ้าชายทับจึงดำรงพระอิสริยฐานันดรศักดิ์เป็นพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าชายทับ และเมื่อครบพระชนมพรรษาครบที่จะทรงผนวช ก็โปรดให้ทรงผนวช ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม แม้ในขณะนั้นรัชกาลที่ ๑ จะทรงพระชรา มีพระชนมพรรษาถึง ๗๒ แล้วก็ยังทรงพระราชอุตสาหะเสด็จออกในพิธีทรงผนวชของพระเจ้าหลานเธอตลอดพิธีการ และโปรดให้เสด็จไปประทับจำพรรษาอยู่ ณ วัดราชสิทธาราม บางกอกใหญ่ ฟากธนบุรี

เมื่อสมเด็จพระราชบิดา (รัชกาลที่ ๒) เสด็จขึ้นครองราชย์ใน พ.ศ. ๒๓๕๒ พระองค์เจ้าชายทับทรงได้รับฐานันดรศักดิ์จากพระเจ้าหลานเธอเป็นพระเจ้าลูกยาเธอตามขัตติยราชประเพณี
4ปี พ.ศ. ๒๓๕๖ ทรงได้รับสถาปนาให้ทรงกรมเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ โปรดให้ทรงกำกับราชการกรมท่า กรมพระคลังมหาสมบัติ กรมตำรวจว่าความฎีกา ซึ่งเป็นกรมสำคัญในราชการแผ่นดินทั้งสิ้น นอกจากนี้ ทรงแต่งสำเภาหลวงออกไปค้าขาย ณ ประเทศจีน และทรงนำเงินส่วนพระองค์ที่ได้จากการค้าขึ้นน้อมเกล้าฯ ถวาย จนสมเด็จพระชนกนาถ (รัชกาลที่ ๒) ตรัสล้อเรียกพระองค์ว่า “เจ้าสัว”

ถ้าจะพิจารณาความหมายของพระนามกรม “เจษฎาบดินทร์” พอจะแยกขยายความได้ว่า เจษฎา แปลว่า ผู้เป็นใหญ่ที่สุด บดินทร์ แปลว่า พระเจ้าแผ่นดิน รวมเป็นพระนามให้เป็นที่เข้าใจว่า ได้ทรงแต่งตั้งพระราชหฤทัยจะให้พระราชโอรสองค์นี้เป็น “พระเจ้าแผ่นดินผู้เป็นใหญ่” แต่จะเป็นความตั้งพระทัยหรือเพื่อพระราชทานนามให้เป็นมงคล เป็นพระราชสิริสวัสดิ์แด่พระราชโอรสพระองค์ใหญ่ก็ตาม แต่ต่อมาพระองค์ทรงได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินผู้เป็นใหญ่จริงๆ

ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ ๒) จะเสด็จสวรรคตนั้น มีพระอาการตรัสไม่ได้ จึงมิได้ทรงมอบราชสมบัติแก่พระราชวงศ์พระองค์ใด ครั้นเสด็จสวรรคตแล้วผู้สมควรจะได้รับราชสมบัติมีอยู่สององค์ คือ เจ้าฟ้าชายมงกุฎ (พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) และพระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ทั้งสองพระองค์นี้เจ้าฟ้าชายมงกุฎมีสิทธิมากกว่าด้วยเป็นสมเด็จเจ้าฟ้า แต่กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์เป็นพระโอรสองค์ใหญ่ (ทรงมีพระชนมายุแก่กว่าพระองค์อื่น) ทั้งยังรับราชการเป็นอันมาก ดังนั้น พระราชวงศ์ขุนนางข้าราชการได้ปรึกษาตกลงกันถวายราชสมบัติแด่พระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ทรงได้ราชาภิเษกเมื่อวันอาทิตย์ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๙ ปีวอก ตรงกับวันที่ ๑ สิงหาคม

พุทธศักราช ๒๓๖๗ พระชนมายุ ๓๗ พรรษา ทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาเจษฎาบดินทร์พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระนามตามที่เรียกกันเป็นสามัญว่า พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว) เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ ๓ แห่งราชวงศ์จักรี

 



ค้นหา